ไอศกรีม I C E C R E A M
ไอศกรีม Ice cream
ไอศกรีม
(อังกฤษ: ice cream) หรือภาษาปากว่า
ไอติม เป็นของหวานแช่แข็งชนิดหนึ่ง ได้จากการผสมส่วนผสม นำไปผ่านการฆ่าเชื้อ
แล้วนั้นนำไปปั่นในที่เย็นจัด เพื่อเติมอากาศเข้าไปพร้อม ๆ กับการลดอุณหภูมิ
โดยอาศัยเครื่องปั่นไอศกรีม
ไอศกรีมตักโดยทั่วไปจะต้องผ่านขั้นตอนการแช่เยือกแข็งอีกครั้งก่อนนำมาขายหรือรับประทาน
ประวัติ
ต้นกำเนิดของไอศกรีมนั้น
ไม่เป็นที่แน่ชัดมาเริ่มจากไหน
บางข้อมูลก็ว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเนโรแห่งจักรวรรดิโรมัน
ที่ได้มีการพระราชทานเลี้ยงไอศกรีมทหาร โดยในสมัยนั้นทำจากเกล็ดน้ำแข็ง (หิมะ)
ผสมน้ำผึ้งและผลไม้ ซึ่งคล้ายกับไอศกรีมเชอร์เบตในปัจจุบัน
แต่บ้างก็ว่ามาจากประเทศจีน เกิดจากเมื่อสมัยโบราณที่นมถือเป็นของหายาก
จึงได้มีการคิดวิธีเก็บรักษาโดยการเอาไปฝังในหิมะ จึงเกิดเป็นไอศกรีมขึ้น
แม้จะไม่ได้มีลักษณะเหมือนกับไอศกรีมอย่างทุกวันนี้
แต่บ้างก็ว่ามาจากอิตาลีโดยมาร์โค
โปโล กลับจากจีนแล้วเอาสูตรไอศกรีมมาเผยแพร่ ซึ่งในตอนนั้นไอศกรีมของจีนยังไม่มีนม
เป็นคล้ายน้ำแข็งไสมากกว่า ยังมีจุดเริ่มต้นจากอังกฤษเมื่อสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1
พ่อครัวคนหนึ่งมีสูตรเด็ดเป็นครีมแช่แข็งปรุงรส
ซึ่งเป็นสูตรลับสุดยอดที่ส่งเป็นของหวานถวายพระองค์ ทว่าเมื่อพระองค์ถูกปลงพระชนม์โดยโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ระหว่างสงครามกลางเมืองอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1642-ค.ศ. 1651
พ่อครัวต้องลี้ภัยไปยุโรปจึงได้นำสูตรไอศกรีมนี้เผยแพร่ออกไป
ไอศกรีมในประเทศไทย
ในประเทศไทยนั้น
ไอศกรีมเริ่มเข้ามาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมตะวันตกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำมาเผยแพร่ในสยาม
หลังเสร็จประพาสอินเดีย, ชวาและสิงคโปร์ น้ำแข็งในตอนแรก ๆ
ก็ยังไม่สามารถผลิตในประเทศได้ จึงต้องนำเข้าจากประเทศสิงคโปร์
เมื่อไทยสั่งเครื่องทำน้ำแข็งเข้ามาก็เริ่มมีการทำไอศกรีมกินกันมากขึ้น
ถือว่าไอศกรีมเป็นของเสวยเฉพาะสำหรับเจ้าขุนมูลนายเท่านั้น ซึ่งสมเด็จฯ
กรมพระยาดำรงราชานุภาพบันทึกไว้ว่า
“ไอศกรีมเป็นของที่วิเศษในเวลานั้น
เพราะเพิ่งได้เครื่องทำน้ำแข็งอย่างเล็กที่เขาทำกันตามบ้านเข้ามา
ทำบางวันน้ำก็แข็งบางวันก็ไม่แข็ง มีไอศกรีมบ้างบางวันก็ไม่มี จึงเห็นเป็นของวิเศษ”
โดยไอศกรีมในพระราชวังนั้นจะทำจากน้ำมะพร้าวอ่อน
ใส่เม็ดมะขามคั่ว จนต่อมาเมื่อมีโรงงานทำน้ำแข็ง แต่ก็ยังถือเป็นของชั้นดี
โดยมีไอศกรีมระดับชาวบ้านทำเองด้วย ในช่วงแรก ๆ
นั้นไอศกรีมกะทิมีลักษณะเป็นน้ำแข็งละเอียดใส ๆ รสหวานไม่มาก
และมีกลิ่นหอมของดอกนมแมว ในสมัยนั้นวิถีการกินของผู้คนจะนิยมกินอาหารกันในเรือนแพ
เหมือนที่สมัยนั้นจะขายก๋วยเตี๋ยว หรือกาแฟกันบนเรือ
ลักษณะของไอศกรีมกะทิใส่ถ้วยพร้อมโรยด้วยถั่วลิสงคั่วก็มีมาตั้งแต่สมัยนั้น
ซึ่งต่อมาไอศกรีมกะทิก็มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้น จากกะทิใส ๆ ก็มีความเข้มข้น มีการใส่ลอดช่อง, เม็ดแมงลัก และขนุนฉีกเข้าไป
โดยคนไทยได้ดัดแปลงไอศกรีมของต่างชาติมาเป็นไอติมกะทิ
โดยใช้กะทิสดผสมกับน้ำตาลนำไปปั่นให้แข็ง
เนื้อไอติมค่อนข้างใสเป็นเกล็ดน้ำแข็งละเอียด
เวลารับประทานต้องขูดไอติมออกจากขอบหม้อโลหะเมื่อไอติมเริ่มแข็งตัว ตอนขายตักใส่ถ้วยเป็นลูก
ๆ เรียกไอติมตัก กินกับถั่ว ข้าวเหนียว หรือลูกชิด
บางคนกินกับขนมปังที่หั่นเป็นท่อน และมีรอยแยกเป็นร่องอยู่ตรงกลาง
ส่วน
ไอศกรีมหลอด หรือไอศกรีมแท่งก็เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7
โดยใช้น้ำหวานใส่หลอดสังกะสีและเขย่าให้แข็ง และมีก้านไม้เสียบ โดยจะใส่ถังขับไปขายตามถนน
สั่นกระดิ่งเป็นสัญญาณเพื่อเรียกลูกค้า
นอกจากนี้ยังมีจุดขายที่การลุ้นไอศกรีมฟรีจากไม้เสียบที่หากมีสีแดงป้ายอยู่ก็จะได้กินฟรีอีกหนึ่งแท่งด้วย
ซึ่งไอศกรีมแบบหลอดก็มีการพัฒนาจนมาเป็นไอศกรีมโบราณที่มีส่วนผสมของนมโดยมีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยม
อาจทานเป็นแท่ง หรือตัดใส่ถ้วยรับประทานก็ได้
จากนั้นมาก็เป็นยุคของไอศกรีมแบบวัฒนธรรมตะวันตกแท้
ๆ จนถึงปัจจุบัน
ไอศกรีมในรูปแบบต่าง ๆ
ไอศกรีมแท่ง
เชอร์เบต
ซอร์เบต์
ซอฟต์เสิร์ฟ
ซันเด
พาร์เฟต์
หวานเย็น
ไอติมตัด
ไอติมไม้แดง
ไอศกรีมน้ำเต้าหู้
ไอศกรีมกะทิ
ไอศกรีมโคน
ไอศกรีมถ้วย
ส่วนผสม
1.
นม 500 มิลลิลิตร
2.
ครีม 250 มิลลิลิตร
3.
ช็อคโกแลตคูเวอร์เจอร์ 3 ออนซ์
4.
โกโก้ 1/3 ถ้วยตวง
5.
ไข่ไก่ 1 ฟอง
6.
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วยตวง
7.
กลูโคส 1 ช้อนโต๊ะ
8.
เกลือนิดหน่อย
9.
วานิลลาเอ็กแทร็กซ์ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
1.นำช็อคโกแลตไปละลายในหม้อตุ้น ปล่อยทิ้งให้ละลาย2.นำไข่ น้ำตาล กลูโคส แล้วเกลือ ลงในอ่างผสม แล้วตีพอให้น้ำตาลละลายฟูนิดหน่อยแล้ว ใส่กลิ่นวานิลลา ครีม และนม ใส่นมไม่ต้องหมด เหลือไว้นิดหน่อยเพื่อไปใส่ในช็อกโกแลตที่ละลายไว้
3.พอช็อกโกแลตละลายแล้ว ใส่นมลงไปที่เหลือลงไป แล้วรอให้อุ่นดี พออุ่นแล้วยกลงจากเตา ใส่ผงโกโก้ลงแล้วตีให้เข้ากันให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
4. นำส่วนของช็อกโกแลตที่ผสมไว้แล้ว มาเทลงในส่วนผสมที่มีไข่น้ำตาล ให้หมด จนเข้ากัน (เวลาเทส่วนผสมของร้อนๆลงใน ส่วนผสมของเย็นๆควรจะใช้ไม้ตะกร้อตีตลอด)
5.นำส่วนผสมไอศกรีมที่ได้มาใส่พาชนะที่มีฝาปิด แล้วนำไปแช่ตู้เย็น ประมาณ 6-7ชั่วโมงให้แข็งตัวดี
6.นำไอศกรีมมาตักแล้วตกแต่งให้สวยงาม

